ตะไคร้หอม

ชื่อวิทยาศาสตร์
Cymbopogon nardus (Linn.) Rendle, Cymbopogon winterianus Jowitt.
.
ชื่อวงศ
์POACEAE (GRAMINEAE)
.
ชื่ออังกฤษ
Citronella grass
.
ชื่อท้องถิ่น
จะไคมะขูด, ตะไครมะขูด, ตะไคร้แดง
.
ชื่อสามัญ
คาหอม ไคร จะไคร เซิดเกรย ตะไคร้* ห่อวอตะโป่ หัวสิงโต เหละเกรย Lapine, Lemongrass, West Indian lemongrass
.
ลักษณะพืช
พืชล้มลุก อายุหลายปี มีเหง้า ลำต้นตั้งตรง สูง 2 เมตร ออกเป็นกอ ใบเกลี้ยง รูปยาวแคบ กว้าง 5-20 มม. ยาวได้ถึง 1 เมตร มีกลิ่นหอม ตรงรอยต่อระหว่างใบกับกาบ มีแผ่นรูปไข่ปลายตัดยื่นออกมา ยาวประมาณ 2 มม. มีขนกาบหุ้มติดทน กาบล่างสุดเกยซ้อนกัน เมื่อแห้งจะม้วนขึ้น ดอกออกเป็นช่อขนาดใหญ่ยาวได้ถึง 80ซม. มีใบประดับ ลักษณะคล้ายกาบ ยาวประมาณ 25 มม. รองรับอยู่ ช่อดอกแยกเป็นหลายแขนง แต่ละแขนงมีช่อย่อย 4-5 ช่อ ผลแห้งไม่แตก ตะไคร้หอมมีลักษณะส่วนใหญ่คล้ายกับตะไคร้กอ ต่างกันที่กลิ่น ต้นและใบยาวกว่าตะไคร้กอมาก แผ่นใบกว้างยาวและนิ่มกว่าเล็กน้อย
การปลูก
ใช้หน่อหรือเหง้าชอบขึ้นในดินร่วนซุย น้ำไม่ขัง ชอบแดดมาก
แหล่งกำเนิดหรือ แหล่งกระจายพันธุ์
ตะไคร้หอมที่นำมาสกัดน้ำมันหอมระเหยมี 2 ชนิดคือ Lenabuta เป็นพันธุ์ที่ได้มาจากประเทศลังกา และอีกชนิดคือ Mahapengiri เป็นพันธุ์ที่ได้จากประเทศอินโดนีเซีย บริเวณเกาะชวา ปัจจุบันมีการปลูกแพร่หลายเข้าไปในหลายประเทศ เช่น ประเทศจีน ประเทศในอเมริกาใต้ เป็นต้น ตะไคร้หอมที่ได้จากชวาจะมีสาร geraniol, citronellal มี aldehyde และ total alcohol ไม่น้อยว่า 35 % เมื่อวิเคราะห์ด้วยวิธี acetylation เป็นผลให้น้ำมันที่ได้จากตะไคร้หอมชนิดชวามีคุณภาพดีกว่าชนิดลังกา ในประเทศไทย มีการนำเข้ามาปลูกนานแล้วผู้ที่นำเข้ามาคือคุณหลวงมิตรธรรมพิทักษ์โดยนำเข้ามาจากอินเดียและนำไปปลูกที่อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เป็นที่แรก ปัจจุบันมีการนำไปปลูกทั่วประเทศ
.
ส่วนที่ใช้เป็นยา
ใบและกาบใบ
.
สรรพคุณยาไทย
ต้นแก้ริดสีดวงในปาก (คือปากแตกระแหง เป็นแผลในปาก) สตรีมีครรภ์รับประทาน ทำให้แท้ง บีบรัดมดลูก ขับลมในลำใส้ แก้แน่น
ตะไคร้หอมได้ถูกนำมาใช้ไล่แมลง อย่างแพร่หลายนานมาแล้ว โดยละลายน้ำมันตะไคร้หอม 7 ส่วน ผสมในแอลกอฮอล์ (70%) 93 ส่วน ฉีดพ่นหรือตำใบสดหมักใน แอลกอฮอล์ใน อัตราส่วน 1:1 ทาตรงขอบประตู ที่ปิดเปิดเสมอ หรือชุบสำลีแขวนเอาไว้หน้าประตูเข้าออก หรือใช้ใบตะไคร้หอม มัดแล้วทุบให้ช้ำวางใว้ตามมุมห้องหรือใต้เตียง
.
  ข้อมูลทางเภสัชวิทยา
1. การทดสอบความเป็นพิษ (Toxicity assessment) สารสกัดเดียวกับข้างต้นที่ทำให้หนูตาย ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ทดลองคือ 1 ก./กก.
2. ความเป็นพิษต่อเซลล์ (Cytotoxic acitivity) สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ และน้ำ (1 : 1) ไม่มีผลต่อ CA-9KB แม้จะให้ถึง 20 ไมโครกรัม/ซีซี ก็จะทำให้เซลล์ตายเพียงครึ่งเดียว
.
ข้อมูลทางคลินิค
น้ำมันหอมระเหยซึ่งมีฤทธิ์ไล่แมลง (Insect repellant) ได้นำมาใช้รักษาโรคหมัดสุนัข
.

หลักฐานทางวิทยาศาสตร์

1. ฤทธิ์ไล่ยุงและแมลง
น้ำมันตะไคร้หอม (Citronella oil) ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยสกัดจากต้นตะไคร้หอมสามารถใช้ไล่แมลงได้ (1)
2. สารสำคัญในการออกฤทธิ์ไล่ยุง
น้ำมันตะไคร้หอมมีส่วนประกอบที่สำคัญในการออกฤทธิ์ คือ camphor (2,3), cineol (4-6), eugenol (7-10), linalool (11), citronellal,citral (8)
3. การทดลองทางคลินิกใช้ในการไล่ยุง
3.1 ทางคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมน้ำมันหอมระเหย 17% พบว่ามีฤทธิ์ไล่ยุงได้ 3 ชั่วโมง (12)
3.2 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ได้ทดลองประสิทธิภาพป้องกันยุงกัด ของครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันตะไคร้หอม 20% พบว่ามีฤทธิ์ไล่ยุงได้นานประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไป (13)
4. การทดสอบความเป็นพิษ
สารสกัดด้วยแอลกอฮอล์และน้ำ (1:1) จากต้นทำให้หนูตายครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ทดลอง คือ 1 กรัม/กิโลกรัม (14)

การใช้ตะไคร้หอมไล่ยุง

1. ใช้ต้นตะไคร้หอม ทุบวางไว้ข้างๆ
2. ใช้สารสกัดตะไคร้หอมด้วยแอลกอฮอล์ ชุบสำลีวางไว้ใกล้ๆตัว
.




โลชั่นกันยุงตะไคร้หอม
องค์การเภสัชกรรมได้มอบทุนให้แก่ รศ.ดร. พิมลพรรณ พิทยานุกูล วิจัยและพัฒนาตำรับยาทากันยุงน้ำมันตะไคร้หอม โดยใช้ ความเข้มข้น 6% สามารถป้องกันยุงกัด ได้นาน 4-5 ชั่วโมง โลชั่นกันยุงนี้เป็นการนำ สมุมไพรมาพัฒนาเป็นตำรับป้องกันยุง ที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ช่วยลด มลภาวะในอากาศ และยังช่วยลด การนำเข้าสารเคมีจากต่างประเทศ

ส่วนประกอบ น้ำมันตะไคร้หอม 6% โดยปริมาตร
สรรพคุณ ป้องกันยุงกัดได้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง
วิธีใช้ ใช้ทาแขน ขา บริเวณที่เปิดโล่ง
ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้กับทารกหรือเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี
ไม่ควรทาบริเวณใบหน้าหรือผิวหนังที่อ่อนนุ่ม
ขนาดบรรจุ 30 มิลลิลิตร



 

เอกสารอ้างอิง

1. Cos ND. Flea treatment composition for animals. US Patent R 193, 986, 1980.
2. Masui K, Kochi H. Camphor and tricyclodecane in deodorants and insect repelling compositions. Patent-Japan Kokai-74 1974; 100(239): 4.
3. Schearer WR. Components of oil of Tancy (Tanacetum Vulgare) that repel colorado Potato Beetes (LeptinotarsaDecemlineata). J Nat Prod 1984; 476: 964-969.
4. Scriven R, Meloan CE. Determining the active component in 1,3,3-trimethyl-2oxabicyclo [2,2,2] octane (cineole) that repels the American cockroach, Periphaneta americanna. Ohio J Sci 1984; 843: 85-88.
5. Verma MM. The isolation and identification of a cockroach repellent in Bay leaves and a flourescence method for determination of protein in wheat. Diss Abstr Int B 1981; 41: 4514.
6. Hwang YS, Wu KH, Kumamoto J, Axclrod H, Mulla MS. Isolation and identification of mosquito repellents in Artemisia vulgaris. J Chem Ecol 1985; 119: 1297-1306.

7. Chogo JB, Crank G. Chemical composition and biological activity of the Tanzanian plants, Ocimum suave. J Nat Prod 1981; 433: 308-311.
8. Vartak PH, Sharma RN. Vapour toxicity and repellence of some essential oils and terpenoids to adults of Ades Algypti (L) (Doptera: Culicidae). Indian J Med Res 1993; 973: 122-127.
9. Tunon H, Thoreell W, Bohlin L. Mosquito repelling activity of compounds occurring in Achillea Millefolium L. (Astraceae). Econ Bot 1994; 482: 111-120.
10. Marcus C, Lichtenstein EP. Biologically active components of anise: toxicity and interactions with insecticides in insects.J Agr Food Chem 1979; 276: 1217-1223.
11. Bower WS, Oretego F, You XQ, Evans PH. Insect repellants from chinese pickly ash Zanthoxylum bungenanum. J Nat Prod 1993; 566: 935-8.
12. สมยศ จารุวิจิตรวัฒนา และคณะ. ผลของการใช้ครีมตะไคร้หอมในการป้องกันยุง เปรียบเทียบกับครีมที่ไม่มีตัวยา. หนังสือรวบรวมผลงานวิจัยโครงการพัฒนาการใช้สมุนไพร และยาไทยทางคลินิก, มหาวิทยาลัยมหิดล. 2525-36.
13. ศศิธร วสุวัต และคณะ. ประสิทธิภาพป้องกันยุงกัดของครีมตะไคร้หอม. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2533, 5(2), หน้า 62.
14. Dhar MLOS, Dhar MN, Dhawan BN, Mehrotra BN, Srimal RC, Tandon JS. Screening of Indian plants for biological activity. Part IV. Indian J Exp Biol 1973; 11: 43.
.

เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้อง
http://www.medplant.mahidol.ac.th/doae/019.htm
http://www.tistr.or.th/pharma/Cymbopogon%20nardus.htm
http://riscc251.snru.ac.th/revival/herb/herb5.htm
http://www.bpk.ac.th/nurse/p3.html
http://www.nstrc.rit.ac.th/site_herb/page_Ta%20Khrai%20%20hom.htm
http://medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/cymbona.html
http://dhf.ddc.moph.go.th/Old/cymbo.htm
http://www.obec.go.th/news/_develop_media/news12/pitsanulok/03/course2.html

Contact Me : Kamala_l@hotmail.com