หมวดที่ 7. แหล่งวัฒนธรรม สถานที่ ชื่อเรื่อง เรือนไทยภาคกลาง ยินดีต้อนรับสู่เรือนไทยภาคกลาง
 เรือนไทยภาคกลาง

 

เรือนไทยภาคกลาง เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคเป็นที่ราบนำท่วมถึง มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่านเป็นจำนวนมาก เรือนไทยภาคกลางจึงมีลักษณะเป็นเรือนชั้นเดียว ยกพื้นใต้ถุนสูง หลังคาเป็นทรงจั่วสูง มุงด้วยกระเบื้องดินเผา จาก แฝก หญ้าคา และใบตองตึง และนิยมปลูกกันริมแม่นำลำคลอง เพราะในสมัยโบราณแม่นำลำคลองเป็นเส้นทางคมนาคมหลัก

 

 เรือนไทยในอดีต

 

 

เรือนไทยในสมัยอยุธยาคงเป็นเรือนไม้ชั้นเดียว ยกพื้นสูง ใต้ถุนโปร่ง มักสร้างเป็น 3 คูหา ฝาทำเป็นกรอบ ใส่ลูกฟัก หรือที่เรียกว่า "ปะกน" คูหาหนึ่งมีหน้าต่างขนาดเล็กและแคบเปิดเข้าภายใน บนเดือยไม้ประตูก็สร้างวิธีเดียวกัน โดยตั้งอยู่บนพรึง และมีระเบียงสร้างขนานไปตามความยาวของตัวเรือน หลังคาสูงชัน และคลุมลงมาถึงส่วนที่เป็นระเบียงหลังคามุงด้วยกรเบื้องดินเผา แผ่นไม้หรือจาก ติดปั้นลมบนหัวแปที่หน้าจั่วของหลังคา และมีชานติดต่อถึงครัวและ ห้องน้ำ ถ้าอยู่รวมกัน 2 ครัว ก็สร้างเรือนเพิ่มอีกหลังหนึ่ง และมีอาคารอื่นๆอีก เช่น หอกลาง
                บ้านเมืองไทยแต่เดิมอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้นานาชนิด การสร้างบ้านจึงใช้ไม้ในการก่อสร้างเป็นส่วนมาก เรือนไทย ในอดีตจึงนิยมทำปั้นลมแทนช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าจั่วก็มิได้จำหลักลวดลายเยี่ยงหน้าบัน และการก่อสร้างแบบก่ออิฐ ถือปูนมักเป็นตำหนัก พระมหาประสาท พระอุโบสถและวิหาร

 

ลักษณะเรือนไทยภาคกลาง

    

เรือนไทยภาคกลางที่เป็นเรือนหอของครอบครัวที่ก่อร่างสร้างตัวขึ้นใหม่ ประกอบด้วยเรือนนอนซึ่งมีห้องนอน และห้องโถง 1 หลัง เรือนมี 3 ช่วงเสา 2 ช่วงเสาเป็นห้องนอน อีก 1 ช่วงเสาเป็นห้องโถง

เรือนหมู่ คือ เรือนปลูกอยู่ในที่เดียวกันมีหลายหลัง ในระยะต่อมาเมื่อมีความเจริญแล้ว อาจมีนอกชานแล่นกลาง ติดต่อกันได้ตลอดส่วนจำนวนเรือนว่ามีกี่หลังนั้น ก็สุดแล้วแต่จำนวนบุตรสาวที่มีเรือนไปแล้ว โดยจะปลูกเรียงกันถัดจากเรือนเดิมออกมาทาง ด้านหน้าทั้งสองข้าง เรือนหลังเดิมเรียกว่า "หอกลาง" ส่วยเรือนนอกเรียกว่า "หอรี" เพราะปลูกไปตามยาว

       ถ้ามีเรือนปลูกอีกหลังหนึ่งเป็นด้านสกัดก็เรียกว่า "หอขวาง" ตามปกติมักกั้นฝาทั้งสามด้าน เปิดโล่งไว้แต่ด้านหน้า เป็นทำนองเดียวกับเรือน "พะไล"

       อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปเรือนไทยภาคกลางนิยมปลูกเป็น 3 ห้องนอน และไม่นิยมปลูกเรือน 4 ห้อง เพราะถือว่า เรือนอยู่สี่ห้องได้เดือดร้อนรำคาญ ถ้าเป็นคหบดีนิยมปลูกเรือนตามตะวันเป็นเรือนแฝด มีชานบ้านแล่นกลาง หลังหนึ่ง เป็นเรือนพักอาศัยมี 3 ห้อง เป็นห้องนอน ห้องเก็บของและห้องพระ

        ส่วนเรือนครัวจะเชื่อมต่อกับเรือนนอนด้วยชาน ชายคาของเรือนทำรางไม้รองน้ำฝน ปลายรางมีตุ่มตั้งไว้ 1 ลูก เรือนครัวมีหน้าต่างด้านข้างและด้านเหนือเตาไฟ เพื่อเปิดระบายควันไฟยามทำครัว

 

 องค์ประกอบเรือนไทยภาคกลาง

องค์ประกอบต่างๆของเรือนไทยภาคกลางมีดังนี้
    1. งัว ไม้ท่อนกลมยาว ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 15 cm ยาวประมาณ 50-70 cm ใช้ไม้ทองหลางวางขวาง กับปลายเสา ทำหน้าที่เป็นหมอนรองรับน้ำหนักจากกงพัดถ่ายลงดิน ลักษณะการทำงานเหมือนกับฐานรากของอาคาร ในปัจจุบัน ซึ่งมีไว้เพื่อกันเรือนทรุด

      2. กงพัด ไม้เหลี่ยมขนาด 5*15 cm ยาวประมาณ 50-70 cm สอดในรูซึ่งเจาะที่โคนเสาเรือน หรือจะใช้คู่ตี ขนาบขวางกับเสา โดยบากเสาให้เป็นบ่ารองรับยึดด้วยสลักไม้แสม เส้นผ่าศูนย์กลางสลักประมาณ 2 cm ปลาย ทั้งสองของกงวางอยู่บนงัว ทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักจากเสาลงสู่งัว

      3. แระ (ระ-แนะ) แผ่นไม้กลมแบนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 30-50 cm หนาประมาณ 5-7 cm ใช้วางก้นหลุม ทำหน้าที่ถ่ายน้ำหนักจากเสาสู่พื้นดิน กันเรือนทรุด นิยมใช้ไม้ทองหลาง แระและกงพัด-งัว ทำหน้าที่เป็นฐานราก อย่างเดียวกัน ถ้าใช้กงพัด-งัวก็ไม่ใช้แระ ซึ่งกงพัด-งัวมักใช้ในบริเวณที่ลุ่มริมน้ำ เพราะรับน้ำหนักได้ดีกว่าแระ แต่การใช้แระสะดวกกว่ากงพัด-งัว

      4. เสาเรือน ไม้ท่อนกลมยาวตลอดลำต้น ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่โคนประมาณ 25 cm ที่ปลายประมาณ 20 cm ใช้ไม้เต้ง รัง มะค่า หรือแดง การคัดเลือกเสาต่างๆ ที่จะนำมาเป็นเสาเรือนต้องเป็นเสาที่ดี มีตาเสาที่อยู่ใน ตำแหน่งที่ถูกต้องถูกโฉลก การเจาะรูเสาเพือใส่รอดหรือใส่เต้าก็ต้องมีวิธีที่ถูกต้องในการวัด เจ้าของเรือนจะได้ อยู่เย็นเป็นสุข

ฤกษ์ยามและวิธีการก่อสร้างตามความเชื่อถือแต่โบราณ

 


        1. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนอ้าย ย่อมจักได้เป็นเศรษฐี ทรัพย์สินเพิ่มพูนมี เพราะเดือนนี้อุดมพร

2. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนยี่ ทรัพย์สินมีมามากผล เมื่อดิถีดูชอบกล ข้าศึกและแสนกล มามากล้นพ้นศัตรู
           3. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนสาม ภัยติดตามงามน่าดู คนใจร้ายมันสู้ เมื่อถึงฤดูจักเกิดอันตราย
           4. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนสี่ ลาภมากมีสุขสบาย ทุกข์โศกบรรเทาหาย ความสบายเพิ่มพูนมา
           5. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนห้า ทุกข์เท่าฟ้ามาถึงตน ปลูกเดือนนี้ไม่มีผล ทุกข์ล้นพ้นภัยมีมา
           6. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนหก ท่านหยิบยกไว้เหลือหลาย ทรัพย์ศฤงคารบันดาลมามากมาย อยู่สุขสบาย ทรัพย์เนืองนอง

           7. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนเจ็ด ทรัพย์ระเห็จสิ้นทั้งผอง ทรัพย์สินที่ตนครอง อัคคีภัยผยองมาเผาผลาญ
           8. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนแปด จะร้อนแผดระทมหาญ ทรัพย์สินและบริวารจะทรยศหมดไปเอง
           9. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนเก้า ใจไม่เศร้าเกิดบรรเลง ยศศักดิ์เกิดขึ้นเอง ทั้งทรัพย์สินเพิ่มพูนมา
          10. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนสิบ จักฉิบหายต้องขื่อคา โรคภัยร้ายก้าวหน้า อันตรายจะมาปะปน
          11. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนสิบเอ็ด อันตรายเท็จจักมาสู่ตน ปลูกเดือนนี้ไม่มีผล ต้องผจญกับทุกข์ภัย
          12. ผู้ใดปลูกเรือนในเดือนสิบสอง เงินแลทองจักเหลือหลาย สรรพสัตว์แลวัวควาย บริวารมากมายไหลเทมา   

ข้อห้ามในการปลูกสร้างเรือน

                                                

 

1. บันไดห้ามใช้จำนวนขั้นคู่ (ต้องเป็นขั้นคี่ นับเฉพาะขั้น ไม่นับพื้นหรือชานพัก
2. บันไดไม่ลงไปทางทิศตะวันตก
3. ไม่หันหัวนอนไปทางทิศตะวันตก
4. ไม่ทำน้ำพุ น้ำตกไหลเข้าตัวเรือน
5. ไม่ปลูกต้นหางนกยูง ลั่นทม โศก ฯลฯ
6. ไม่ทำทางเข้าลอดใต้ห้องน้ำห้องส้วม
7. ไม่ทำอาคารรูปตัว "ที" มีปีกเท่ากันสองข้างเรียก "แรงกระพือปีก" ถือเป็นอัปมงคล
8. ไม่ทำเรือนทะลุหน้าตลอดหลัง ถือว่าเป็น "เรือนอกแตก" เป็นอัปมงคล
9. ไม่ทำภูเขาจำลองไว้ในบ้าน
10. ห้ามใช้ไม้ตะเคียน ไม้มะค่าในการปลูกเรือน
11. ห้ามใช้เสาตกน้ำมัน
12. ห้ามทำทางเข้าออกคู่ไว้ตอนมุมของพื้นดินที่ทางสามแพร่งหรือสี่แยก
13. ห้ามนำภาพยักษ์ไว้ในบ้าน
14. ห้ามนำหนังใหญ่หรือหนังตะลุงไว้ในบ้าน
15. ห้ามใช้ช่อฟ้า ใบระกา เครื่องวัด หรือมีเครื่องประดับชั้นสูงภายในบ้าน
16. ห้ามปลูกเรือนคร่อมตอ
17. ห้ามตั้งศาลพระภูมิใต้เงาเรือน
18. ไม่ปลูกต้นมะละกอใกล้ตัวเรือน
19. ห้ามทำบันไดเวียนซ้ายขาขึ้น
20. ไม่ปลูกบ้านใต้ต้นไม้ใหญ่
21. ห้ามมิให้มีสัตว์ตกตายในหลุมตอม่อ
22. ห้ามใช้เสาไม้มีตาในระยะ "เป็ดไซ้ ไก่ตอด สลักรอด หมูสี"
23. ห้ามวางรูปพื้นเรือนในอัตราส่วนที่ใกล้เคียงรูโลงศพ
24. ห้ามทำเตียงนอนขาสิงห์ เครื่องใช้ขาสิงห์
25. ห้ามนำศพออกประตูเรือน หรือลงบันไดบ้าน ( ให้ออกทางด้านฝาหุ้มกลอง เพราะสะดวกในการเคลื่อนศพ ฝาหุ้มกลองถอดออกและประกอบใหม่ได้
26. ห้ามนำของวัดเข้าบ้านหรือมาประกอบเป็นส่วนกนึ่งของบ้าน
27. ห้ามทำทางเข้าเวียนซ้ายของอาคาร

แหล่งที่มาของข้อมูลและเว็บไซต์ที่น่าสนใจ